การรับประกันสินค้า คือ ข้อตกลงหรือคำมั่นสัญญาที่ผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ขายให้ไว้เกี่ยวกับสภาพของสินค้าหรือบริการ โดยรับประกันว่าผู้ซื้อจะมั่นใจได้ว่าสินค้าจะทำงานได้ตามที่ปกติหรือที่อธิบายไว้ และถ้าเกิดปัญหาขึ้นผู้ประกอบธุรกิจจะเสนอบริการซ่อม คืนเงิน หรือเปลี่ยนสินค้าให้ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้
สินค้าที่มีการรับประกัน
ผู้บริโภคต้องเช็ค 3 เงื่อนไขสำคัญในใบรับประกัน
1. ข้อกำหนดและเงื่อนไข เช่น
- รับประกันสินค้าทั้งหมดหรือเฉพาะบางส่วนของสินค้า เช่น กรณีเครื่องซักผ้ารับประกันเฉพาะมอเตอร์ 10 ปี
- รับประกันความชำรุดบกพร่อง เช่น ผู้บริโภคใช้งานตามคู่มือการใช้สินค้า แต่ภายหลังสินค้าเกิดความชำรุดบกพร่องซึ่งเกิดจากสินค้ามีความผิดปกติอยู่ก่อนแล้ว
- รับประกันเฉพาะผู้ซื้อที่ลงทะเบียนรับประกันสินค้าไว้
- ข้อจำกัดความรับผิดและการปฏิเสธการรับประกัน เช่น
– สินค้าถูกดัดแปลง : ผู้ซื้อดัดแปลงหรือปรับเปลี่ยนสินค้าหลังจากซื้อ
– สินค้าชำรุดจากการกระทำของผู้ซื้อ : การดูแล/รักษา/สภาพแวดล้อมที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสินค้าหรือการใช้งานสินค้าผิดวิธี
2. ระยะเวลาการรับประกันสินค้า ขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้า บริการ และเงื่อนไขการรับประกัน เช่น
- รับประกันตลอดอายุการใช้งานของสินค้า (ไม่ใช่อายุการใช้งานของผู้ซื้อ) เป็นการรับประกันว่าจะมีการซ่อมแซม หรือเปลี่ยนชิ้นส่วนที่ชำรุดของสินค้า
โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น เสื้อผ้า, เครื่องแต่งกาย - กำหนดระยะเวลาการรับประกัน เช่น สินค้าตัวโชว์ที่ร้านค้ารับประกันเพียงระยะเวลา 7 วัน
3. ความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบธุรกิจ
- เลือกซื้อสินค้าจากร้านค้า/ผู้ขาย/ผู้ประกอบธุรกิจที่มีความน่าเชื่อถือ มีมาตรฐาน เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ อาจมีการรับประกันเฉพาะสินค้าที่ซื้อกับบริษัทหรือตัวแทนจำหน่ายโดยตรงเท่านั้น ไม่มีการรับประกันจากร้านค้าปลีก

สินค้าไม่ปลอดภัย
- สินค้าที่ไม่ปลอดภัยเนื่องจากความบกพร่องในการผลิต เช่น สารปนเปื้อนในบรรจุภัฑณ์อาหาร, พบซากสัตว์ในเครื่องดื่ม
- สินค้าที่ไม่ปลอดภัยเนื่องจากการออกแบบ เช่น เทคโนโลยีที่ใช้ผลิตรถยนต์ไม่ปลอดภัย ได้แก่ ระบบถุงลมนิรภัยไม่ทำงานถ้าใช้ความเร็ว 120 กม./ชม.
- สินค้าที่ไม่ปลอดภัยเนื่องจากไม่ได้กำหนดวิธีใช้ วิธีเก็บรักษา คำเตือน หรือข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า หรือกำหนดไว้แต่ไม่ถูกต้องหรือไม่ชัดเจนของสภาพสินค้า ลักษณะการใช้งาน และการเก็บรักษาตามปกติ เช่น ไม่จัดทำคู่มือการใช้งานสินค้า
ซื้อสินค้าที่ไม่ปลอดภัย โดยไม่รู้และเกิดความเสียหาย ผู้ประกอบธุรกิจต้องรับผิดชอบ
ความเสียหาย ที่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้
- ร่างกาย สุขภาพ อนามัย จิตใจ หรือทรัพย์สิน
- ความเสียหายต่อจิตใจ คือ ความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน หวาดกลัว วิตกกังวล ความเศร้าโศกเสียใจ อับอาย หรือความเสียหายต่อจิตใจในลักษณะเดียวกัน
ใครมีสิทธิฟ้องคดีและเรียกร้องค่าเสียหาย
- ผู้เสียหายหรือผู้แทน (คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) มีสิทธิฟ้องคดีเรียกร้องค่าเสียหาย โดยต้องพิสูจน์ว่าสินค้าได้รับความเสียหายและมีการใช้หรือการเก็บรักษาสินค้าเป็นไปตามปกติธรรมดาแล้ว
- การเรียกร้องค่าเสียหายมีอายุความ 3 ปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงความเสียหายและรู้ตัวผู้ประกอบธุรกิจที่ต้องรับผิดชอบ หรืออายุความ 10 ปีนับแต่วันขายสินค้า
ความเสียหาย ที่ผู้ประกอบธุรกิจ ไม่ต้องรับผิดชอบ ถ้าพิสูจน์ได้ว่า..
- สินค้าไม่ได้เป็นสินค้าที่ไม่ปลอดภัย
- ผู้บริโภครู้อยู่แล้วว่าสินค้าเป็นสินค้าที่ไม่ปลอดภัย
- ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากผู้บริโภคใช้งานหรือเก็บรักษาสินค้าไม่ถูกต้อง
ตามวิธีใช้ วิธีเก็บรักษา คำเตือน หรือข้อมูลสินค้าที่ผู้ประกอบการกำหนดไว้
อย่างถูกต้องและชัดเจน
* ผู้ประกอบธุรกิจจะอ้าง ข้อตกลง/ประกาศ/คำชี้แจงในการยกเว้นความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย เพื่อให้พ้นความรับผิดไม่ได้
อ้างอิง :
1. พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551
2. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะ 5 (ละเมิด)



