ในปัจจุบัน “บัตรเครดิต” กลายเป็นสิ่งจำเป็นในการใช้ชีวิตในยุคสังคมไร้เงินสด สามารถนำไปจับจ่ายใช้ซื้อสินค้าและบริการได้ตามวงเงินที่ได้รับอนุมัติจากสถาบันการเงิน เมื่อใช้บัตรเครดิตแล้วสถาบันการเงินจะจ่ายเงินค่าสินค้าหรือบริการแทนเราไปก่อน จากนั้นจะเรียกเก็บเงินคืน โดยออกใบแจ้งหนี้ให้ เพื่อให้ชำระเงินดังกล่าวคืน หากชำระเงินคืนครบเต็มตามจำนวนที่ใช้ไป ตามเวลาที่กำหนด สถาบันการเงินจะไม่เก็บดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมในการใช้บัตร แต่หากเป็นการชำระคืนบางส่วนหรือไม่ชำระคืนหรือชำระคืนไม่ตรงตามกำหนดเวลา สถาบันการเงินจะคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม โดยแจ้งให้ผู้ใช้บัตรทราบในใบแจ้งหนี้งวดถัดไป อีกทั้งบัตรเครดิตสามารถนำไปกดเงินสดตามตู้ ATM ภายในวงเงินที่ได้รับอนุมัติ ด้วยความสะดวกของการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจึงเป็นที่นิยมแพร่หลายและกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนทั่วไป จนมีจำนวนผู้ใช้บัตรเครดิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยความไม่แน่นอนของชีวิต การขาดวินัยทางการเงิน หรือเกิดสถาการณ์ที่ไม่คาดคิด ทำให้ขาดสภาพคล่อง จนกลายเป็นหนี้บัตรเครดิตในที่สุด

วันนี้ justicechannel.org จึงนำเทคนิคดีๆ กับ 6 วิธี ปิดหนี้บัตรเครดิต ก่อนที่จะโดนฟ้อง มาช่วยปลดหนี้บัตรเครดิตกันนะครับ

1. แจกแจงรายการค้างจ่าย

ทำตารางสรุปหนี้ค้างจ่ายทั้งหมดว่าขณะนี้มีหนี้บัตรเครดิตอะไรบ้างจำนวนเท่าไหร่บ้างดอกเบี้ยของแต่ละบัตรต่อปีเท่าไหร่เพื่อที่จะนำไปใช้วางแผนค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนเพื่อแบ่งสัดส่วนการจ่ายหนี้ทั้งหมดโดยเร็วที่สุด 

2. ทำบัญชีรายรับรายจ่าย 

บัญชีรายรับรายจ่ายเพื่อดูความสามารถในการชำระหนี้ต่อเดือนแจกแจงรายจ่ายอะไรที่จำเป็นและรายจ่ายไหนและหารายได้อย่างอื่นเพิ่มเติมจากรายรับประจำเช่นรับจ้างทำงานพิเศษ 

3. ทะยอยชำระหนี้

ตั้งเป้าหมายในการชำระหนี้ในแต่ละเดือนทะยอยชำระหนี้และปิดหนี้บัตรเครดิตลงทีละใบโดยเริ่มจากหนี้ที่สร้างภาระมากที่สุดอย่างหนี้บัตรเครดิตที่คิดอัตราดอกเบี้ยเยอะที่สุดหรืออาจเริ่มจากปิดบัตรที่มีมูลค่าหนี้น้อยสุดเพื่อตัดภาระดอกเบี้ยของบัตรเครดิตใบนั้นให้หมดไปเลยแล้วค่อยกลับมาโฟกัสการปิดหนี้บัตรเครดิตที่หนี้ก้อนใหญ่ขึ้น

4. ซื้อสินค้าด้วยเงินสด

หากยังคงใช้บัตรเครดิตจนเคยตัวหนี้เก่าที่มีอยู่ก็ไม่ลดแถมยังมีหนี้ใหม่เพิ่มพูนขึ้นมาอีกเรื่อยทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้นไปอีกควรหัดใช้เงินสดให้เป็นนิสัยส่วนเงินอนาคตหากต้องใช้ก็ขอให้คิดและวางแผนการชำระเงินคืนให้ดีก่อนเสมอเพื่อที่จะได้มีเงินคงเหลือเอาไว้ปิดหนี้บัตรเครดิตที่เป็นอยู่

5. รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

เช่นการกู้สินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อรีไฟแนนซ์ซึ่งสินเชื่อส่วนบุคคลมักมีอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปีนอกจากนี้การกู้สินเชื่อก้อนใหม่มาโปะหนี้บัตรเครดิตยังช่วยให้การบริหารจัดการหนี้ง่ายขึ้นโดยเป็นการรวมหนี้หลายก้อนเป็นก้อนเดียวช่วยให้ง่ายต่อการชำระอีกด้วย

6. รักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด

การสร้างความเคยชินในการวางแผนทางการเงินควบคุมค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมกับความสามารถในการทำรายได้ตลอดจนการเข้าใจวิธีและรู้จักลงทุนให้เงินงอกเงยนับเป็นแนวทางที่จะช่วยในการปลดหนี้บัตรเครดิตตลอดจนเป็นภูมิคุ้มกันทางการเงินให้กับผู้ที่รักษาวินัยทางการเงินได้ในอนาคตอีกด้วย

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ทาง สายด่วน 1213 หรือ แฟกซ์ 0-2283-6151 หรือ อีเมล [email protected] หรือทาง website www.1213.or.th​

หนี้บัตรเครดิตมีผลทางกฎหมายอย่างไร – ธนาคารไทยพาณิชย์ ( บทความโดย :  อังค์วรา ไชยอนงค์ )