ในยุคที่การทำ คลิปวิดีโอและไลฟ์สด บนโซเชียลมีเดียกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเพื่อความบันเทิง การขายสินค้า หรือการสื่อสารกับสาธารณะ ผู้สร้างคอนเทนต์จำเป็นต้องรู้เท่าทันกฎหมาย เพราะบางพฤติกรรมที่ดูเหมือนไม่ร้ายแรง อาจเข้าข่าย ความผิดทางกฎหมาย และมีโทษทั้งจำคุกและปรับ 5 เรื่องเสี่ยงที่คนทำคลิปและไลฟ์ต้องรู้ เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิผู้อื่น และหลีกเลี่ยงการกระทำที่ผิดกฎหมายโดยไม่ตั้งใจ

1. เนื้อหาที่แสดงความเกลียดชัง หยาบคาย หรือหมิ่นประมาทผู้อื่น
การนำข้อมูลของผู้อื่นมาเล่าต่อ ตัดต่อ หรือวิจารณ์ในลักษณะที่ทำให้บุคคลอื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือได้รับความเสียหาย อาจเข้าข่ายความผิดหลายกฎหมาย ได้แก่
- ความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษร ที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
- ความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ กรณีมีการนำภาพของผู้อื่นมาใช้ประกอบในคลิป เติมแต่งดัดแปลง เพื่อล้อเลียน ทำให้ผู้อื่นเสียหาย
มาตรา 16 (วรรค 1) ผู้ใดนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่ง ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด โดยประการที่น่าจะทําให้ผู้อื่นนั้น เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษ จําคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท - ความผิดตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กรณีใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น โดยไม่ได้รับความยินยอม
ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่ทำให้สามารถระบุตัวบุคคลได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม มาตรา 27 ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้ รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้น ไม่ต้องขอความยินยอมตามมาตรา 24 หรือมาตรา 26
มาตรา 79 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 27 วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 28 อันเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26 โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเกิดความเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. เปลือยกาย โชว์เรือนร่าง /แชร์หรือส่งต่อข้อมูลที่มีเนื้อหาลามก
การนำเนื้อหาที่มีลักษณะลามก อนาจาร เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ แม้จะเป็นการ “แชร์ต่อ” ก็อาจถือว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิด
- ความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ (มาตรา 14 (4) , (5))
มาตรา 14 ผู้ใดกระทําความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ (4) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและ ข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ (5) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ ตาม (1) (2) (3) หรือ (4) *ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือบิดเบือน โดยไม่ใช่การหมิ่นประมาทตามกฎหมายอาญา หรือข้อมูลเท็จที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
3. นำข้อมูลเท็จทั้งหมด หรือบางส่วนมาบิดเบือน เติมแต่ง (ปลอม) ที่อาจทำให้ประชาชนเกิดความเสียหาย
การนำข้อมูลที่เป็นเท็จ หรือข้อมูลจริงบางส่วนมาดัดแปลง บิดเบือน จนทำให้ประชาชนเข้าใจผิด และเกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นหรือสังคม ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ (มาตรา 14 (1))
- มาตรา 14 ผู้ใดกระทําความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
(1) โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทําความผิดฐานหมิ่นประมาท
4. การละเมิดลิขสิทธิ์ในเนื้อหาของคลิปหรือไลฟ์
การนำผลงานของผู้อื่นมาใช้ประโยชน์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน มีความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ มาตรา 15 ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียว ดังต่อไปนี้
- ทำซ้ำหรือดัดแปลง
- เผยแพร่ต่อสาธารณชน
- ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางาน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง
- ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น
- อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้
การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
5. การทำคลิปหรือไลฟ์เพื่อโฆษณา เชิญชวนให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม เช่น
- แสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- ชักชวนให้ดื่ม
- ทำให้ภาพลักษณ์ดูน่าสนใจ
ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
การโฆษณาอาจทำโดยแสดงชื่อ หรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีการอวดอ้างสรรพคุณ ชักจูงให้ดื่ม ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม มีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ มาตรา 32 ห้ามมิให้ผู้ใด โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อม
อ้างอิง
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328
- พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 และมาตรา 16 วรรคหนึ่ง
- พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9-10 และมาตรา 15
- พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มาตรา 32 วรรคหนึ่ง
- พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 27 และมาตรา 79



