ลาภงอก ฟังดูเหมือนเป็นคำดี ๆ เหมือนโชคลาภที่งอกขึ้นมา หรือเรียกติดปากกันว่าลาภลอย แต่ในทางกฎหมาย คำนี้มีความหมายเฉพาะและเกี่ยวข้องกับเรื่อง “หนี้” และ “ทรัพย์สิน” ด้วย ในทางกฎหมาย คำว่า “ผู้ได้ลาภงอก” ปรากฏอยู่ใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่เกี่ยวกับเรื่อง การเพิกถอนนิติกรรมที่ทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ
เข้าใจง่าย ๆ คือ ผู้ได้ลาภงอก หมายถึง บุคคลที่ได้รับประโยชน์หรือทรัพย์สินจากการกระทำของลูกหนี้ ทั้งที่รู้ถึงความจริงอยู่ว่าจะเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ เช่น การซื้อ การรับโอน หรือการได้รับทรัพย์สินจากลูกหนี้

ตัวอย่าง เช่น
- สมมติว่า นาย ก. เป็นหนี้เจ้าหนี้อยู่จำนวนหนึ่ง แต่ก่อนที่เจ้าหนี้จะมาฟ้องร้องหรือบังคับคดี นาย ก. รีบโอนบ้านหรือทรัพย์สินให้กับเพื่อน หรือขายให้คนรู้จักในราคาถูกมาก
- การกระทำแบบนี้ อาจเป็นการทำให้นาย ก.ไม่มีทรัพย์สินเหลือให้เจ้าหนี้ยึดชำระหนี้ได้ ในกรณีนี้ คนที่ได้รับบ้านหรือทรัพย์สินไปจากนาย ก. กฎหมายเรียกว่า “ผู้ได้ลาภงอก”
คำถามสำคัญก็คือ แล้วคนที่ได้ทรัพย์สินไปจะต้องรับผิดหรือไม่?
กฎหมายจะพิจารณาว่า ผู้ได้ลาภงอกนั้นรู้หรือไม่ ว่าการโอนทรัพย์สินดังกล่าวเป็นการทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ถ้าผู้ได้ลาภงอก รู้ หรือควรรู้ ว่าการทำนิติกรรมนั้น มีเจตนาจะหลีกเลี่ยงไม่ให้เจ้าหนี้บังคับหนี้จากลูกหนี้ (ผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สิน) ได้ เจ้าหนี้ก็สามารถฟ้องต่อศาล เพื่อ เพิกถอนนิติกรรม นั้นได้ แต่ถ้าผู้ได้ลาภงอก ไม่รู้จริง ๆ และรับทรัพย์สิน มาโดยสุจริต กฎหมายก็อาจให้ความคุ้มครองบุคคลนั้น
ดังนั้น คำว่า “ลาภงอก” ในทางกฎหมาย ไม่ได้หมายถึงโชคลาภธรรมดา แต่หมายถึง การได้ประโยชน์จากนิติกรรมของลูกหนี้ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อสิทธิของเจ้าหนี้โดยตรง
สรุปสั้น ๆ ก็คือ ผู้ได้ลาภงอก คือ บุคคลที่ได้รับทรัพย์สินหรือประโยชน์จากลูกหนี้ และอาจถูกเพิกถอนนิติกรรมได้ หากการกระทำนั้นทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ
อ้างอิง : ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237



