ค้นหา

บุคคลวิกลจริต คำนี้ในกฎหมายแปลว่าอะไร
อ่านให้ฟัง
สรุปเนื้อหา

บุคคลวิกลจริต หมายถึง บุคคลที่มีอาการผิดปกติทางจิตอย่างรุนแรงจนไม่สามารถใช้เหตุผลหรือควบคุมการตัดสินใจของตนเองได้ตามปกติ ซึ่งอาจเกิดจากโรคทางจิตหรือความผิดปกติของสมอง คำว่า “วิกลจริต” ไม่ได้หมายถึงคนที่อารมณ์แปรปรวนหรือเป็นคนบ้าในภาษาพูด แต่เป็นคำที่ใช้เพื่ออธิบาย สภาพจิตที่ส่งผลต่อความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ และตัดสินใจ โดยการพิจารณาว่าบุคคลใดเป็นผู้วิกลจริตหรือไม่ จะต้องอาศัยข้อเท็จจริงและหลักฐาน เช่น ความเห็นของแพทย์ และในบางกรณีอาจต้องมีคำสั่งศาลประกอบ

ในทางประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คำว่า “บุคคลวิกลจริต” ใช้เพื่ออธิบายบุคคลที่มีอาการทางจิตจนไม่สามารถจัดการกิจการของตนเองได้ และศาลอาจมีคำสั่งให้เป็น คนไร้ความสามารถ พร้อมแต่งตั้งผู้อนุบาลให้ดูแลแทน

ในทางอาญา หากผู้กระทำความผิดอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือไม่สามารถบังคับตนเองได้เนื่องจากความผิดปกติทางจิต ศาลอาจพิจารณาเรื่องความรับผิดทางอาญาตามบทบัญญัติของ ประมวลกฎหมายอาญา เป็นรายกรณี

  • บุคคลที่ สติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ จนทำให้ ไม่สามารถตัดสินใจแยกถูกผิดโดยใช้เหตุผลได้เหมือนคนปกติ หลงลืม พูดคำไร้ความหมาย ไม่สามารถรักษาผลประโยชน์ของตนเองได้ตามความสมควร และมีอาการเป็นประจำ 
  • บุคคลที่ ไม่มีสติสัมปชัญญะ ขาดความรู้สึกเนื่องจากป่วยหนัก เช่น นอนป่วยติดเตียงถาวร โรคสมองฝ่อ หรือสมองเสื่อมขั้นรุนแรง โรคพาร์กินสัน ความจำเสื่อม อัลไซเมอร์ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง พูดจาสื่อสารไม่ได้ ไม่สามารถช่วยเหลือ/ดูแล/จัดการทรัพย์สินของตนเองได้ และมีอาการเป็นประจำ

หากทำนิติกรรมขณะมีอาการวิกลจริต และคู่กรณีอีกฝ่ายก็รู้ดีว่าเป็นคนวิกลจริต นิติกรรมที่ทำจะเป็น “โมฆียะ” สามารถบอกล้างได้ แม้ศาลจะยังไม่ได้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ

ตัวอย่าง

นางนิ่ม มีอาการป่วยทางจิตเวช พูดจาเพ้อเจ้อและมักโวยวาย ไม่สามารถรักษาผลประโยชน์ของตนเองได้ จนลูกสาวพาไปรักษาที่โรงพยาบาล
ต่อมา นายปอง ญาติสนิททราบว่านางนิ่มป่วยทางจิตเวช จึงขอเข้าเยี่ยมพร้อมกับออกอุบายหลอกให้นางนิ่มลงลายมือชื่อ เป็นผู้ค้ำประกันการกู้ยืมเงินของตนเอง แต่การลงลายมือชื่อเป็นผู้ค้ำประกันของนางนิ่มครั้งนี้ ถือเป็นโมฆียะตามกฎหมาย *เพราะนายปองทราบว่านางนิ่มเป็นคนวิกลจริตและได้ให้นางนิ่มทำนิติกรรมตอนที่มีอาการวิกลจริต แม้ว่าศาลยังไม่ได้สั่งให้นางนิ่มเป็นคนไร้ความสามารถก็ตาม*

อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2522/2560

นางสาว ด. มีอาการป่วยทางจิตเวช แสดงตนเป็นเทพเจ้า ส่งเสียงเอะอะโวยวายโดยไม่รู้สึกตัว จึงเข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลศรีธัญญาและโรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี ที่จำเลยอ้างว่า นางสาว ด. มีสติสัมปชัญญะดี ประพฤติและประกอบกิจการงานเหมือนคนปกติทั่วไป จำเลยไม่เคยทราบว่านางสาว ด. สติไม่ดีและไม่เคยเห็นนางสาว ด. ไปพบแพทย์หรือรับประทานยาแต่อย่างใด ขัดกับพยานหลักฐานฟังไม่ขึ้น นิติกรรมที่ทำขึ้นไม่มีความสมเหตุผล เชื่อว่านางสาว ด.ทำขึ้นขณะจริตวิกลและจำเลยทราบดีอยู่แล้ว เป็นนิติกรรมที่เป็นโมฆียะ 

พูดคุยกับ AI