การปล่อยตัวชั่วคราว (ประกันตัว) คือ การอนุญาตให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยพ้นจากการควบคุมของเจ้าพนักงานศาลตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อไม่ให้ถูกคุมขังเป็นเวลานานเกินจำเป็นในระหว่างการสอบสวนหรือการพิจารณาคดี เป็นสิทธิของผู้ต้องหาหรือจำเลยที่จะขอประกันตัวได้ทุกขั้นตอนในระหว่างการสอบสวนและระหว่างการพิจารณาคดี โดยในปัจจุบันได้มีการประกาศข้อบังคับประธานศาลฎีกาฉบับใหม่ มีประเด็นที่ประชาชนควรรู้ ดังนี้
- การปล่อยชั่วคราวกรณีผู้ประกันถอนสัญญาประกัน ผู้ต้องหาหรือจำเลยอาจไม่ถูกส่งตัวกลับให้ศาลแล้วและ
- กรณีพิเศษที่ศาลสามารถออกหมายปล่อยผู้ต้องหาหรือจำเลยได้
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.116 กำหนดให้ผู้ทำสัญญาประกันต้องมอบตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยคืนต่อเจ้าพนักงานหรือศาล เมื่อได้ทำการถอนสัญญาประกันหรือถอนหลักประกัน ส่งผลกระทบต่อสิทธิของผู้ต้องหาหรือจำเลยที่เคยได้รับโอกาสปล่อยชั่วคราวแล้วอาจต้องถูกฝากขังระหว่างการพิจารณาคดี
สิทธิของผู้ต้องหาหรือจำเลยในการขอปล่อยชั่วคราวตามข้อบังคับใหม่ ปี พ.ศ. 2568
แม้ผู้ประกันถอนสัญญาประกันหรือหลักประกันแล้ว ศาลก็อาจสั่งปล่อยตัวชั่วคราวต่อไปได้ก็ได้ ถ้าปรากฏต่อศาลว่า…
- ผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีพฤติการณ์หลบหนี
- ไม่ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
- ไม่ก่อเหตุภยันตราย
* ศาลจะพิจารณาจากพฤติการณ์ระหว่างที่ได้รับปล่อยชั่วคราว ผลดีต่อผู้ต้องหาหรือจำเลย: ไม่ต้องถูกฝากขังระหว่างการพิจารณาคดี แม้ผู้ประกันถอนสัญญาประกันหรือหลักประกันแล้วก็ตาม

หากมีเหตุพิเศษต่อไปนี้ ศาลอาจออกหมายปล่อยก็ได้ หากความปรากฏต่อศาลว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นบุคคลที่มีพฤติการณ์ต่อไปนี้ ศาลอาจใช้ดุลพินิจออกหมายปล่อยผู้ต้องหาหรือจำเลยได้
- อายุไม่ถึง 18 ปี
- เป็นหญิงมีครรภ์หรือเพิ่งคลอดบุตรมาไม่ถึง 3 เดือน
- เจ็บป่วย ถ้าต้องขังจะเป็นอันตรายแก่ชีวิต
- ปรากฏเหตุอื่นที่ทำให้ศาลเห็นว่า จะไม่หลบหนี ไม่ก่อภยันตราย และไม่สร้างความเสียหาย
อ้างอิง:
1. ข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราวและวิธีเรียกประกันในคดีอาญา พ.ศ. 2565 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
2. ข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราวและวิธีเรียกประกันในคดีอาญา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568
3. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ลักษณะ 5 หมวด 3 ปล่อยชั่วคราว



